[KHR shortfic] D18 จันทร์เพ็ญสเน่หา NC-17
posted on 25 Apr 2008 15:50 by gooddevilกติกาเดิมเลยน่อ ขอซ่อนฉากกุ๊กกิ๊กจร้าาาาาา คลุมดำเอา
เผื่อเด็กๆมาเจออิอิอ
[KHR short fic] D18 จันทร์เพ็ญสเน่หาาาาา NC-17
มิ้ง...มิ้ง...มิ้ง......
เสียงร้องระงมของจิ้งหรีดเดือนเมษา
แซ่ก...แซ่ก...แซ่ก.....
เสียงคนเดินลากขาอย่างช้าๆในหน้าร้อน
อึก...อึก...อ่าห์~~~~
เสียงกระดกเกล้าเข้าปากของไอ้ขี้เมา หน้าหม้อ คนหนึ่งหน้าโรงเรียนมัธยม
“ทุ่มนึงแล้วววว~~~ เอิ๊ก กลับไปนอนต่อ เอี๊ก... ที่ห้องพยาบาลดีกว่า เอิ๊ก...”
เดินไปได้ไม่เท่าไร ไอขี้เมาหน้าหมอ ก็ทรุดลงที่บันไดทางขึ้นของตึกเรียนซะอย่างงั้น
“ม่ายหวายแล่ว นอนพักตรงนี้ก่อนดีกว่า แจ๊บๆๆๆ”
พูดจบแล้วก็หลับไป
แคร๊ง.... เสียงของหล่นจากตัวไอขี้เมา
เสียงที่มาพร้อมกับอาวุธที่ถูกปลดปล่อย....ของไอขี้เมาหน้าหม้อ ดร.จามาล
มิ้ง....มิ้ง...มิ้ง...
เสียงร้องของจิ้งหรีดเดือนเมษายังระงม แม้จะค่ำแล้ว
ฟิ้ว.....ฟิ้ว.....ฟิ้ววว
เสียงลมพัดเอื่อยเป็นระลอกของหน้าร้อน บนดาดฟ้า
ฮ้าววว....
เสียงหาวพร้อมกับการขยี้ตา หลังจากนิทราของใครบางคน บนดาดฟ้าโรวเรียนมัธยม
นี่มืดแล้วหรือเนี่ย
เดินตรวจโรงเรียนรอบสุดท้ายแล้วค่อยออกไปท่าจะดี
ว่าแล้วกรรมการรักษาระเบียบก็เดินตรวจตราความเรียบร้อยของโรงเรียน
จากชั้นบนสุดลงมา ทุกห้อง ทุกชั้น อย่างละเอียด
จนมาถึงชั้นล่างสุด
ยังมีสัตว์กินพืชตัวนึงอยู่อีกรึเนี่ย กล้าจริงๆ แอบเข้ามาในโรงเรียนของชั้น ชั้นจะขย้ำมันซะ
นึกได้ดังนั้น ฮิบาริ ก็ย่างสามขุมตรงเข้าหาเหยื่อที่หมายตาไว้
ฮิบาริใช้ปลายเท้าพลิกดูหน้าเหยื่อ
นี่มันสัตว์กินเนื้อเพื่อนเจ้าหนูที่อยู่ห้องพยาบาลนี่ เมาแอ๋ในโรงเรียนชั้น จัดการซะดีมั้ย
อืม...อย่าดีกว่า ถ้าทำเจ้านี่ตาย อาจจะไม่ได้เจอเจ้าหนูนั่นอีก
ฮิบาริใช้ปลายเท้าสะกิดหน้าของ ดร.จามาลอีกครั้ง ก่อนเดินจากไป
จากไปพร้อมกับ....อาวุธของสัตว์กินเนื้อเพื่อนของเจ้าหนูที่ทำงานเรียบร้อยแล้ว
โดยที่เป้าหมายไม่ทันรู้ตัว
....จันทร์เพ็ญสเน่หา พร้อมทำงาน.....
เมื่อเป้าหมายเดินจากไปจนลับตาแล้ว ดร.จามาลก็ค่อยๆยันตัวขึ้นนั่งพิงกับบันได
เพื่อตรวจดูว่า Trident Mosquito ที่ถูกปล่อยไปนั้น เป็นเชื้อพันธุ์ไหน
แล้วก็ต้องถึงกับอึ้ง ณ จังงัง เพราะ เชื้อนี้ถ้าไปอยู่กับน้องหนู(โกคุ)ของเขาก็คงดี
เพราะ จันทร์เพ็ญสเน่หา จะทำงานได้ประสิทธิภาพได้ดีที่สุดเมื่อพระจันทร์เต็มดวง
เชื้อจะทำให้เหยื่อผ่อนคลายประสาทสัมผัสทั้งหมด ทั้งมวล
เป้าหมายจะเร่าร้อนในคืนจันทร์เต็มดวงมากกว่าเดิม 7 – 10 เท่าเลยทีเดียว O_O
เหยื่ออาจจะทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนเลยก็เป็นได้
แล้วใช่ว่าพ้นคืนจันทร์เต็มดวงไปแล้ว ก็จะหมดฤทธิ์ทันทีเสียเมื่อไหร่
ยังมีผลยืดเยื้อออกไปอีกสองสามวันซะด้วย
สรุปว่า ถ้าโดนเข้าไปได้...เหอๆๆๆ...เหนื่อยกันสามสี่วันติดแหงมๆ
อันที่จริงมันก็โรแมนติกอยู่ละนะ แหมกลางแสงจันทร์ขนาดนั้น
แต่สามสี่วันติดๆกันนี่ มีหวัง เหอๆๆๆๆ
แต่ก็ช่างมันเหอะ เจ้านั่นดันเอาส้นบาทามาถูหน้าหล่อของชั้น เหอๆๆ สมควร
ว่าแต่นี่อีกวันสองวันพระจันทร์ก็ใกล้จะเต็มดวงแล้วนี่หว่า
แล้วยังงี้ มันจะไปเร่าร้อนกะใครที่ไหนละวะเนี่ย เหอๆชักสงสัย
แต่ง่วงอีกแล้ว ไปนอนที่ห้องพยาบาลดีกว่า เหอๆๆๆ
---- วันรุ่งขึ้น -----
“ โรมาริโอ้ “
“ครับบอส”
“พองานที่นี่เสร็จแล้วชั้นจะไปโรงเรียนนามิโมรินะ”
“ครับบอส”
“นายไปส่งชั้นที่โรงเรียนอย่างเดียวก็พอ”
“ได้ครับบอส”
“งั้นรีบเคลียร์งานให้เสร็จก่อนเที่ยงดีกว่านะ”
ว่าแล้วบอสแห่ง CAVALLONE ก็เร่งสปีดเคลียร์งานของสาขา ญี่ปุ่น
ที่ถ่อมาตรวจสอบเองถึงที่ ก็มาเคลียร์งานที่ญี่ปุ่นทีไร ก็ได้เจอเคียวยะนี่นา
ทำงานเหนื่อยแค่ไหน ไปเจอเคียวยะก็ฉกชื่นนนนนนนนนนน
= 12 นาฬิกา โรงเรียนมัธยมต้น นามิโมริ =
“ส่งชั้นแค่หน้าโรงเรียนนี้ก็พอโรมาริโอ้ ชั้นเสร็จธุระแล้วจะออกมานะ นายรอแถวนี้แล้วกัน”
“ครับบอส ถ้ามีปัญหาอะไร ก็เรียกผมนะครับบอส”
“ฮึ่ยจะไปมีอะไรได้ยังไงเล่า นายนี่ขี้กังวลจริงๆโรมาริโอ้ ฉันไปดีกว่า”
“เอ่อ บอสครับ ลืมของแน่ะครับ นี่ครับ”
“อ๊ะ เกือบลืมข้าวเที่ยงแล้ว ขอบใจนะโรมาริโอ้ ชั้นรีบไปดีกว่า”
“เคียวยะจะอยู่ที่ห้องรึปล่าวหล่ะเนี่ย พักเที่ยงแล้วด้วย นักเรียนเต็มเลยแฮะ”
“เคียวยะอยู่ห้องนี้นี่ อืม ลองเคาะดูก่อนดีกว่า”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
---------- ไม่มีสัญญาณชีพตอบรับ จากคนรักที่ท่านเพรียกหา ------------
“เข้าไปรอข้างในเลยแล้วกัน”
--------แอ๊ดดดดดด---------
“อ้าว หลับอยู่หรอกเหรอ งั้นรอเคียวยะตื่นแล้วค่อยกินพร้อมกันก็ได้”
บอสของ CAVALLONE วางกล่องข้าวลงบนโต๊ะ แล้วนั่งที่โซฟาตัวติดกันกับที่ร่างบางนอนอยู่
บอสนั่งมองร่างไปก็ยิ้มไป
พลางคิดในใจว่า แม้กระทั่งตอนหลับไหลก็ยังดูน่ารักเลยนะเคียวยะเนี่ย
แต่ก็ต้องสะดุ้งในเวลาต่อมา
“จะมองหน้ากันอีกนานมั้ย คนจะหลับจะนอน”
“อ๊ะ เคียวยะตื่นอยู่หรอกเหรอ นึกว่าหลับอยู่ซะอีก ถ้าตื่นแล้วยังไง
มากินข้าวเที่ยงด้วยกันเถอะ ชั้นซื้อ Kanbachi ซูชิที่เคียวยะชอบมาเต็มเลยเนี่ย”
“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
“เที่ยงกว่าแล้วนี่นา กินเถอะๆ เดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะเอาได้นะ อ่ะนี่ตะเกียบของเคียวยะ”
“.....”
“ชั้นใช้ตะเกียบไม่ค่อยได้น่ะ ขอใช้ช้อนส้อมนะ ^_^”
ไม่มีเสียงตอบรับ
แต่ฮิบาริ คว้าตะเกียบอีกคู่มาแกะออกจับยัดใส่มือดีโน่พร้อมกับจับมือของดีโน่ไว้ด้วย
แล้วช่วยบังคับนิ้วและมือของดีโน่ คีบซูชิใส่ปากของดีโน่
“ไม่เห็นจะยากตรงไหน”
“จ้าๆๆ ไม่ยากเลยเนอะ”
เมื่อฮิบาริ ช่วยดีโน่จับตะเกียบได้พักใหญ่ๆก็ปล่อยให้เจ้าตัวได้คีบเอง ถึงจะเก้กังๆ แต่ก็ได้กินละนะ
“นี่ๆเคียวยะ ดูสิเริ่มใช้คล่องแล้วนะ”
“....”
“อ่ะนี่ เคียวยะลองกินอันนี้สิ ชั้นคีบให้ๆ”
“...” ไม่มีคำตอบแต่ก็ถูกหม่ำไปซะแล้ว
ซูชิที่ดีโน่เตรียมมา ใกล้จะหมดแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป
ตรู๊ดดดดดดดดดดดดด ตรู๊ดดดดดดดดดดดดดด
โทรศัพท์ของดีโน่ ดังขึ้น หน้าจอปรากฎชื่อ โรมาริโอ้
“ไง โรมาริโอ้”
“บอสครับมีงานด่วนของสาขาญี่ปุ่นเข้ามา บอสต้องรีบไปเคลียร์ครับ”
“หรอ อืมได้ รอแปปนึงละกันนะ”
“เคียวยะชั้นคงต้องไปแล้วหล่ะนะ มีงานด่วนเข้ามาหน่ะ”
“จะเอาหัวชนข้างฝาตายที่ไหนก้อเชิญ”
“ง่า ไว้เดี๋ยวชั้นมาหาเคียวยะใหม่น้าจ๊า”
“...”
“จะไปแล้วนะ”
“...”
ดีโน่ดึงตัวร่างบางเข้ามาจูบเบาๆที่หน้าผาก แล้วยิ้มแป้น ก่อนจะรีบวิ่งแจ้นออกไป
ฮิบาริเดินกลับมานั่งที่โซฟา
แล้วมือของเขาก็เจอกับบางอย่าง
โทรศัพท์ของดีโน่
พอไม่มีลุงแว่นอยู่ก็ป้ำๆ เป๋อๆ จนได้ที่ซะทุกที
คงต้องเอาไปคืนให้เองสินะ
ฮิบาริกดไล่รายชื่อในโทรศัพท์ แล้วกดโทรออกที่ชื่อ โรมาริโอ
“ครับผม”
“บอสของแกลืมโทรศัพท์ไว้”
“บอสติดธุระอยู่ครับ ไม่ทราบว่าคุณฮิบาริ จะสะดวกนำโทรศัพท์มาให้บอสได้ไหมครับ”
“...”
“ผมเองก็ต้องอยู่ช่วยบอสเคลียร์งานครับ คนในแฟมิลี่เองก็มีมาไม่มาก รบกวนคุณฮิบาริสักหน่อยนะครับ”
“จะให้เอาไปให้ที่ไหนละ”
“โรงแรมเทโคคุ ปริ้นเซสครับ คุณฮิบาริคงรู้จักนะครับ”
“อืม”
“ห้อง D ชั้น 18 นะครับ บอสจะกลับไปพักที่นั่นช่วงหนึ่งทุ่มครับ“
“ได้”
“ขอบคุณครับ รบกวนด้วยนะครับ”
ต้องเอาไปให้ถึงที่เลยแฮะ
ว่าแต่ทำไมวันนี้ถึงได้ร้อนอย่างนี้นะ
รู้สึกร้อนวูบวาบ แปลกๆ ตั้งแต่ตอนกินข้าวแล้ว สงสัยจะนอนไม่พอ
นอนก่อนแล้วค่อยเอาของไปคืนแล้วกัน ฮ้าวววววว
ฮิบาริลืมตาอย่างช้าๆ ก่อนยันตัวลุกขึ้นนั่ง พลางนึกขึ้นได้ว่าต้องเอาโทรศัพท์ไปคืนดีโน่
นี่ก็ทุ่มนึงแล้ว เขาจึงเดินออกจากโรงเรียน ไปยังถนนใหญ่ เพื่อเรียกแทกซี่
“ไปโรงแรมเทโคคุ ปริ้นเซส”
ฮิบาริบอกกับคนขับ พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง
ทำให้เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน และจันทร์วันเพ็ญ ของคืนนี้
= โรงแรมเทโคคุ ปริ้นเซส ห้อง D ชั้น 18 =
เมื่อมาถึงหน้าห้องที่บอสแห่ง CAVALLONE ฮิบาริก็ถือวิสาสะ(แห่งความเป็นนายหญิง)เปิดประตูเข้าไปทันที
ทั้งห้องไร้ซึ่งผู้คน เห็นดังนั้นฮิบาริจึงเดินสำรวจห้อง
ห้องน่าอยู่ดีนี่ดีโน่ ว้าว ห้องนั้นไฟสีส้มแดง ร้อนแรงดีนี่ดีโน่ แล้วทำไมต้องนึกถึงดีโน่ด้วยละเนี่ย
เดินสำรวจจนทั่วก็ไม่พบใครเลย เหลือห้องที่ดูเหมือนจะเป็นห้องนอนแค่ห้องเดียวนี่แหละที่ยังไม่ได้ค้น
ว่าแล้วฮิบาริก็เปิดประตูห้องนั้นออก เป็นห้องนอนจริงๆซะด้วย
แต่มีใครบางคนนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น เจ้าของห้องนั่นเอง
พอลุงแว่นหวนดหรมแหรมไม่อยู่ก็ทำเรื่องจนได้
คงจะสะดุดปลั๊กไฟแล้วก็ทำเอาข้าวของอื่นพังระเนระนาดลงมาแล้วสายไฟก็หะนตัวเองละสิ
“เคียวยะ ช่วยชั้นหน่อยสิ แหะๆ พอดีปลั๊กไฟมันเกะกะน่ะ”
ฮิบาริเดินตรงเข้ามามือจับที่สายไฟ ที่พันกันยุ่งเหยิงไปหมด ดูท่าไม่ใช่จะเอาออกง่ายๆซะแล้ว
แกะไม่ออกก็ตัดซะเลยแล้วกัน
“มีกรรไกรไหม”
“อ๋อ มีอยู่ในลิ้นชักตู้หน้าห้องนอนจ้า แฮ่ๆ”
ฮิบาริเดินตรงมาหยิบกรรไกร แล้วกลับไปตัดสายไฟที่พันตัวดีโน่ออก
หลังจากก้มหน้าก้มตาตัดสายไฟออกไปได้ครึ่งทาง
“อย่าดิ้น” ฮิบาริสั่ง
“ก็ชั้นคันหลังนี่ เคียวยะ อ๊ะ!”
ดีโน่ร้องขึ้น เพราะ คมกรรไกรที่ใช้ตัดสายไฟ ถูกกับผิวเนื้อตรงอกเข้าให้
“บอกแล้วว่าอย่าดิ้น”
ฮิบาริก้มหน้าก้มตาตัดสายไฟต่อไป แต่ข้างในกลับรู้สึกปั่นป่วนพิกล
“จ้าๆ ไม่ดิ้นแล้วหล่ะ”
“เอ้า เสร็จแล้ว”
“ขอบใจน้า เคียวย้า”
ในจังหวะที่ดีโน่ลุกขึ้นยืนนั้นเอง ฮิบาริก็ผลักดีโน่ลงบนเตียง O_O
“เอ๋....ม...มะ...มีอะไรหรอเคียวยะ”
ดีโน่ยันตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนพูด
“เมื่อกี๊กรรไกรโดนนายใช่มั้ย ขอ...ขอดูหน่อย”
ฮิบาริพูดพลางนั่งลงข้างๆบนเตียง
“ห๊ะ ขอดู?”
“ด...ดูแผลไง”
“อ๋อ”
ดีโน่ถอดเสื้อออกทำให้เห็นรอยขีดเป็นทางมีรอยเลือดซึมให้เห็น
“เลือดออกนิดนึงหล่ะเคียวยะ เอ๋ เคียวยะเป็นอะไรน่ะ นั่งนิ่งตัวสั่นเชียว ไม่สบายรึปล่าว”
“มะ...ไม่”
“ไหนขอดูสิ”
ดีโน่ดึงเคียวยะขึ้นมานอนบนเตียง ทำให้หน้าของร่างบางเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อพราย
“ร้อนเหรอเคียวยะ แอร์ก็เย็นนี่ ดูสิเหงื่อชุ่มไปหมดเลย มาชั้นถอดเสื้อให้นะจะได้ไม่ร้อน”
“มะ...ไม่ อย่าจับนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกนะ”
ดีโน่ไม่ฟังเสียงปรามของเคียวยะ จัดแจงปลดกระดุมเสื้อเคียวยะ
แล้วโอบเคียวยะขึ้นมา เพื่อที่จะเอาเสื้อออกจากเจ้าตัว
เมื่อเอาเสื้อออกได้ ก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าเคียวยะกอดตัวเองเอาไว้
“เป็นอะไรหรอเคียวยะ”
“ช่วย ช่วยชั้นที ชั้นทนไม่ไหวแล้ว”
ฮิบาริไม่พูดเปล่า พลางจับมือข้างหนึ่งของดีโน่วางไว้ที่ส่วนนั้นของตัวเอง
ดีโน่ก้มลงจุมพิตร่างบางอย่างนุ่มนวล ร่างบางที่ตอนนี้ไฟอารมณ์กำลังลุกโชน
เปิดปากรับลิ้นร้อนที่เข้ามาควานหาความหอมหวานที่แผ่ซ่านไปทั่ว
ดีโน่ซึมซับจูบนั้นอย่างอ้อยอิ่ง ค่อยๆรุกที่หลังไรฟันที่เรียงตัวสวย สำรวจต่อที่ใต้ลิ้น เลยไปถึงกรามด้านใน
แล้ววกกลับมาควานหาความหวานที่เรียวลิ้นร้อนนั้นต่อ จนร่างบางต้องส่งเสียงคราง
ดีโน่ไซร้ลงมาที่คอระหงขาวนวล กลิ่นสบู่จางๆของร่าง บางกระจายไปทั่วทั้งปอดทำเลือดของเขาสูบฉีดแรงกว่าเดิม
สองมือประคองร่างบางให้เอนตัวลงนอนบนเตียงนุ่มประดุจปีกทวยเทพบนสรวสวรรค์
จากซอกคอเรื่อยมาจนถึงหน้าอกขาวผ่อง ดีโน่หยุดแวะหยอกล้อเล่นกับปลายยอดสีชมพูด้วยการขบเม้ม
จนร่างบางส่งเสียงคราง ใบหน้าหล่อเหลานั้น เคลื่อนต่ำลงไปอีก
เขาจูบก่อนที่จะงับเบาๆที่หน้าท้องเนียนเรียบของร่างบาง ทำเอาร่างร่างบางครางกระเส่า
ดีโน่ค่อยงับเบาๆที่หน้าท้อง ต่ำลงไปอีก ในขณะที่มือข้างหนึ่งหยอกล้อกับยอดอก
และมืออีกข้าง ค่อยๆปลดกางเกงของร่างออกอย่างช้าๆ
เขาค่อยๆถอดชั้นในของร่างบางออกอย่างช้าๆ จนเผยให้เห็นท่อนเนื้อขาว
ที่ได้เห็นไม่ว่าครั้งไหนเขาก็อยากจะใช้ปากให้รู้สึกดี
และส่วนปลายก็ดูเหมือนอยากจะออกมาดูโลกเต็มที
น้ำใสๆค่อยเอ่อล้นออกมาบนความปรารถนาของเคียวยะ ราวกับหยาดน้ำค้างยามฟ้าสาง
และคงเป็นเพราะแสงของจันทร์เต็มดวงในคืนนี้ที่อาบลงมาทำให้ยิ่งดูงดงาม
ดีโน่ค่อยๆลิ้มรสหยาดน้ำค้างนั้นอย่างช้าๆครั้งแล้วครั้งเล่า จนร่างบางสั่นเทิ้มราวกับเป็นไข้
เมื่อดูท่าว่าร่างบางใกล้ถึงจัดปรารถนาแล้ว ดีโน่จึงเลื่อนต่ำลงมาที่ช่องทางคับแคบด้านหลัง
เขาค่อยๆทำให้ช่องทางคับแคบผ่อนคลายลง โดยค่อยๆสอดนิ้วลงที่เปียกชุ่มอย่างช้าๆ จากหนึ่งเป็นสอง
“มะ..ไม่ไหว..แล้ว” เคียวยะส่งเสียงขาดเป็นห้วงๆ
“เข้ามา...เช้ามาสักที” เคียวยะกัดฟัดพูด ใบหน้าแดงก่ำ
ได้ยินดังนั้นดีโน่ค่อยๆแทรกตัวไปในช่องทางร้อนที่แสนบีบรัด จนสุดทางที่จะลึกได้ จนร่างบางเกร็ง
เขาค่อยๆขยับเข้าออกอย่างช้าๆ ก่อนจะเร่งจังหวะ เสียงครางของร่างบางดังขึ้นเมื่อ ถูกดันจนลึกสุดทาง
เขาแอ่นร่างเลื่อขึ้นเพื่อให้สิ่งนั้นสัมผัสกับผนังของช่องทางร้อนจัด จนร่างบางกระตุกเกร็ง
เมื่ออยู่นิ่งได้สักพักเขาก็เริ่มจะเร่งจังหวะให้แรงขึ้นอีก ร่างบางส่งเสียงครางข้างหู ดิ้นเร่า เป็นระยะ
เขาช้อนร่างบางขึ้นโอบ และร่างบางก็กอดคอเขาไว้
เขาเร่งจังหวะแรงขึ้นอีกจนเหมือนจะเป็นบ้า
จนทั้งหัวมันขาวโพลน หูได้ยินแต่เสียงร่างบางที่อยู่ข้างใต้
“อะ....อ๊ะ ....อ๊า”
ของเหลวขุ่นข้นทะลักเขาในตัว พร้อมกับการปลดปล่อยของร่างบาง
มือที่โอบคอไว้คลายลง ร่างที่ทั้งสุขสมและเหนื่อยอ่อนหายใจระรินหอบถี่เป็นจังหวะ
ดีโน่กอดเคียวยะไว้แนบอก จนเคียวยะได้ยินเสียงของหัวใจเต้นเป็นจังหวะของเขา
เสียงหัวใจที่ได้ยินนั้นชัดเจน
เหมือนกันคำว่า
“ชั้นรักเคียวยะนะ”
ที่ตามเสียงหัวใจเหล่านั้นมา
ฤทธิ์ของจันทร์เพ็ญสเน่หา ไม่หมดแค่นี้ ดีโน่เหยื่อยตายแน่เอ็ง
------------------------------------------------------------------------------
ฟิคเรื่งนี้แต่งซะทั่นฮิร้อนละลายเลยว่อยยยย
โทรศัพท์เลยยังไม่ได้คืนเลยอ่ะเหอๆๆๆ
เหอๆๆๆสนองนิ้ดตัวเอง
edit @ 25 Apr 2008 16:04:01 by ~BAkA -*- MAf!A~
#1 By ZpElL on 2008-04-25 16:12